เจนีวา, 24 พฤษภาคม 2553
สหภาพแรงงานต่างๆ จากทั่วโลกร่วมกันเรียกร้องให้แอคคอร์กรุ๊ป ซึ่งเป็นทุนข้ามชาติสัญชาติฝรั่งเศส เข้าสู่โต๊ะเจรจาโดยทันทีเพื่อร่วมร่างเนื้อหาข้อตกลงว่าด้วยสิทธิสหภาพแรงงานในระดับสากลที่ได้ลงนามร่วมกันกับไอยูเอฟในปี 2538 การเรียกร้องครั้งนี้เกิดขึ้นสืบเนื่องจากการประชุมองค์กรสมาชิกไอยูเอฟในระดับโลกในอุตสาหกรรมการบริการ ท่องเที่ยว และการจัดเลี้ยง ณ เมืองอังการา ประเทศตุรกี ระหว่างวันที่ 17 – 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา แบรนด์ต่างๆ ที่อยู่ภายใต้เครือแอคคอร์ได้แก่ โซฟิเทล พุลแมน เอ็มแกลเลอรี่ โนโวเทล เมอร์คิว สวีิทโฮเต็ล อิบิส ออลซีซันส์ เอแทปโฮเต็ล/ฟอร์มูล 1 และโมเต็ล6
ตามข้อตกลงที่ได้ลงนามร่วมกัน แอคคอร์ให้คำมั่นว่าจะ “ไม่มีการต่อต้านขัดขวางความพยายามในการจัดตั้งสหภาพแรงงานของลูกจ้าง” แต่การปฏิบัติตามข้อตกลงกลับต้องเผชิญกับข้อพิพาทแรงงานทุกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา และล่าสุดที่แคนาดา ซึ่งคนงานในโรงแรมภายใต้เครือแอคคอร์ต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักจากนายจ้างเมื่อพยายามจะจัดตั้งสหภาพแรงงาน แม้ว่าเนื้อหาตามข้อตกลงระดับสากลจะให้การคุ้มครองลูกจ้างเป็นพิเศษ “ต่อการกระทำใดๆ ที่เป็นการเลือกปฏิบัติที่จะนำไปสู่การละเมิดสิทธิเสรีภาพในการรวมตัว” และสร้างหลักประกัน “ในการคุ้มครองตัวแทนลูกจ้างต่อมาตรการใดๆ ที่จะเป็นอันตรายต่อตัวแทนลูกจ้าง” แต่แกนนำสหภาพแรงงานในโรงแรมเหล่านี้กลับถูกเลิกจ้างและคนงานถูกกดดันให้ต้องลงคะแนนเสียง “ไม่รับรอง” ในการเลือกตั้งของสหภาพแรงงาน
อุปสรรคความยากลำบากยิ่งจะทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในโครงสร้างธุรกิจของแอคคอร์ ที่จะถ่ายโอนสถานภาพความเป็นเจ้าของโดยตรงของสินทรัพย์โรงแรมไปเป็นการรับจ้างบริหารจัดการและแฟรนไชส์ ด้วยเหตุนี้ จำนวนพนักงานที่ทำงานในโรงแรมต่างๆ ภายใต้แบรนด์แอคคอร์จึงไม่ใช่ลูกจ้างตรงของแอคคอร์ ทำให้ข้อตกลงฉบับนี้จำเป็นต้องมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ทันสมัยเพื่อสะท้อนความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และสร้างหลักประกันว่าข้อตกลงที่แก้ไขใหม่นี้จะครอบคลุมถึงผู้ที่ทำงานในโรงแรมต่างๆ ที่แอคคอร์บริหารจัดการ ไม่ว่าเจ้าของสินทรัพย์จะเป็นใครก็ตาม
แรงกดดันต่อลูกจ้างโรงแรมจะเพิ่มขึ้นเมื่อแผนของแอคคอร์ดำเนินไปในแนวทางของการแตกย่อยบริษัทในเครือ โดยแยกธุรกิจโรงแรมออกจากธุรกิจบริหารจัดการในเดือนมิถุนายนปีนี้ ซึ่งจะยิ่งเร่งให้เกิดการขายสินทรัพย์โรงแรมและก้าวพ้นไปจากสถานภาพนายจ้างและลูกจ้างตรง ซึ่งทางไอยูเอฟได้วิเคราะห์ให้เห็นถึงนัยยะทางด้านการเงิน การบริหารจัดการ และการจ้างงานภายใต้การแตกบริษัทย่อย ในบทความ Demerging Accor – Less than the Sum of the Parts? ในหน้าเวบไซต์ไอยูเอฟที่จับตาพฤติกรรมของกองทุนเอกชน www.buyoutwatch.org
รอน ออสวอลด์ เลขาธิการไอยูเอฟกล่าวว่า “การทำให้ข้อตกลงต่างๆ มีความรัดกุมขึ้นภายใต้ข้อตกลงระดับสากลกับไอยูเอฟนี้ เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปถึงบริษัทว่าจะต้องเคารพเสรีภาพในการรวมตัวและเจรจาต่อรองร่วม รวมทั้งยึดมั่นในพันธสัญญาว่าจะสร้างหลักประกันให้กับพนักงานทุกคนที่ทำงานในโรงแรมที่อยู่ภายใต้แบรนด์แอคคอร์ได้มีเสรีภาพที่จะใช้สิทธิในการจัดตั้ง”


0 Responses to “ไอยูเอฟเรียกร้องให้แอคคอร์เจรจาข้อตกลงร่วมว่าด้วยสิทธิสหภาพแรงงานในระดับสากลรอบใหม่”