โรงแรมโซลเรเนสซองส์ได้รับคำสั่งศาลให้รับพนักงานที่โดนโอนย้ายนายจ้างโดยไม่เป็นธรรมกลับเข้าทำงาน

ข่าวด้านล่างนี้ได้รับการตีพิมพ์เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 ในหนังสือพิมพ์โคเรียไทมส์  และนำมาเผยแพร่ในหน้าเวบนี้เพื่อประโยชน์แก่ผู้อ่าน เนื้อหาของข่าวบรรยายถึงข้อพิพาทแรงงานที่ดำเนินมาอย่างยาวนานระหว่างโรงแรมโซลเรอเนสซองส์กับสมาิชิกของสหพันธ์แรงงานภาคบริการแห่งเกาหลี (Korean Federation of Service Workers’ Unions-KFSU) ซึ่งเป็นองค์กรสมาชิกไอยูเอฟ  เรื่องราวต่อไปนี้ให้รายละเอียดที่สำคัญเกี่ยวกับวิธีการที่โรงแรมโซลเรอเนสซองส์คิดค้นหาหนทางเอาท์ซอร์สแผนกทำความสะอาดหรือแม่บ้าน ซึ่งจริงๆ ก็คือการกำจัดลูกจ้างที่อายุมากนั่นเอง  ในข่า่วเขียนว่า ทางโรงแรม “ตั้งบริษัทซับคอนแทรคเตอร์ขึ้นมา โดยมีอดีตผู้บริหารคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานบริษัท  และโรงแรมได้โอนย้ายพนักงานให้ไปเข้าบัญชีิเงินเดือนของบริษัทแห่งใหม่  การโอนย้ายพนักงานทำความสะอาดหรือแม่บ้าน ทำให้รายได้ของพนักงานลดลงหนึ่งในสาม และสวัสดิการต่างๆ ถูกตัด” ไอยูเอฟและเคเอฟเอสยูยังคงรณรงค์เพื่อให้โรงแรมรับพนักงานเหล่านี้กลับเข้าทำงาน

ศาลมีคำสั่งให้เรอเนสซองส์รับแม่บ้าน 8 คนที่ถูกเลิกจ้างกลับเข้าทำงาน ซึ่งจะมีผลต่อกรณีโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล

โดย พาร์ค ซี-ซู

แม่บ้านเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจโรงแรม แต่อุตสาหกรรมโรงแรมไม่ได้เป็นดังในอดีต  ความมั่นคงด้านการจ้างงานไม่มี  โรงแรมต่างๆ พยายามที่จะจ้างพนักงานในรูปแบบชั่วคราวด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อที่จะเลิกจ้างและลดสวัสดิการได้ง่ายๆ

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้โรงแรมโซลเรอเนสซองส์และโรงแรมแกรนด์อินเตอร์คอนติเนนตัลทางตอนใต้ของกรุงโซลอยู่ระหว่างพิพาทแรงงานในศาลมาหลายปี ในขณะที่โรงแรมล็อตเต้และแกรนด์ฮิลตันในตอนเหนือของกรุงโซลยุติข้อพิพาทก่อนเรื่องจะขึ้นสู่ศาล

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ลีออกซุน อดีตแม่บ้านที่โรงแรมเรอเนสซองส์ได้มีวันที่ดีที่สุดในรอบหลายปีหลังจากติดตามคำตัดสินของศาลเพื่อให้มีคำสั่งรับลีออกซุนและพนักงานหญิงอีกเจ็ดคนกลับเข้าทำงาน รวมทั้งโรงแรมต้องยอมรับเป็นลูกจ้างประจำ

“เรารู้สึกยินดีมากที่ศาลให้การยอมรับพวกเราในฐานะลูกจ้างประจำ”  ออกซุนวัย 54 ปีกล่าวกับหนังสือพิมพ์โคเรียไทมส์  แต่ค่าชดเชยที่ศาลสั่งนั้นจำนวนน้อยกว่าที่คาดไว้

ออกซุนเป็นหนึ่งในแม่บ้านแปดคนที่มีข้อพิพาทในศาลกับเรอเนสซองส์เป็นเวลาหกปี  ในปี 2547 แม่บ้านทั้งแปดคนฟ้องร้องโรงแรมระดับห้าดาวในเขตยกซัมดง เพื่อจะให้โีรงแรมรับกลับเข้าทำงานเป็นพนักงานประจำ  ออกซุนเป็นหนึ่งในคนงานไม่กี่คนที่เริ่มทำงานที่โรงแรมเรอเนสซองส์ตั้งแต่โรงแรมเปิดในปี 2531

“ฉันอุทิศตนให้กับโรงแรมในฐานะของการทำงานเป็นแม่บ้าน แต่ว่ากลับถูกเลิกจ้างในปี 2544″ ส่วนหนึ่งของคำให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตา  จนในเดือนธันวาคม 2544 พนักงานหญิงเหล่านี้ได้เป็นลูกจ้างประจำของโรงแรม  แต่กลับเป็นคนกลุ่มแรกที่ต้องไปก่อนคนอื่นภายใต้แผนปรับโครงสร้างธุรกิจ

ในปลายปี 2544  เรอเนสซองส์ตั้งบริษัทซับคอนแทรคท์  โดยมีอดีตผู้บริหารโรงแรมท่านหนึ่งทำหน้าที่ประธานบริษัท  และโอนย้ายพนักงานไปยังบริษัทซับคอนแทรคท์  โดยเป็นการโอนย้ายภายใต้สัญญาว่าจะได้ทำงานในโรงแรมต่อพร้อมกับรายได้และสวัสดิการที่คงเดิม

แต่ทว่าไม่นานนักหลังจากนั้น แม่บ้านที่ถูกโอนย้ายถูกลดค่่าจ้างลงหนึ่งในสาม รวมทั้งถูกตัดสวัสดิการต่างๆที่เคยได้

“เราคิดว่าพวกเราถูกหลอก เราจึงร้องเรียนกับทางโรงแรมเกี่ยวกับเงินเดือนรวมทั้งสวัสดิการที่ลดลง แต่โรงแรมกลับบอกว่าไม่ใช่ความรับผิดชอบของโรงแรม โดยอ้างเอกสารที่พวกเราเซ็นชื่อเพื่อเปลี่ยนนายจ้างจากโรงแรมเป็นบริษัทซับคอนแทรคท์”

ในปี 2547 ออกซุนได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อกระทรวงแรงงาน โดยแย้งว่าพนักงานเหล่านี้เป็นลูกจ้างที่ได้รับคำสั่งและควบคุมดูแลจากฝ่ายบริหารของโรงแรมโดยตรง  ไม่ใช่จากบริษัทซับคอนแทรคท์  ในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน ทางกระทรวงได้มีำคำสั่งชอบด้วยกฎหมายให้รับพนักงานโรงแรมเหล่านั้นกลับเข้าทำงานในตำแหน่งประจำดังเดิม  โรงแรมเรอเนสซองส์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งกระทรวงฯ จากนั้นก็ยกเลิกสัญญาที่ทำไว้กับบริษัทซับคอนแทรคท์

โฆษกของโรงแรมคนหนึ่งกล่าวว่าบริษัทซับคอนแทรคท์ยกเลิกธุรกิจไม่นานนักหลังจากสัญญาถูกยกเลิก และพนักงานที่ทำหนังสือร้องเรียนกลายเป็นคนตกงาน  ปัจจุบันทางโรงแรมทำสัญญาจ้างแม่บ้านกับบริษัทซับคอนแทรคท์แห่งใหม่

ในเดือนมกราคม 2550 ศาลกลางแห่งกรุงโซลมีคำสั่งยืนตามกระทรวงแรงงาน ให้โรงแรมรับแม่บ้านเหล่านั้นกลับเข้าเป็นพนักงานประจำ รวมทั้งได้รับค่าชดเชยตั้งแต่ 1.28 ถึง 55 ล้านวอนให้กับโจทก์

“ตามสัญญาจ้างทางกฎหมาย โจทก์เป็นลูกจ้างของบริษัทซับคอนแทรคท์  อย่างไรก็ตาม จากหลักฐานที่ศาลได้รับชี้ชัดว่าบริษัทซับคอนแทรคท์ได้รับการสนับสนุนทางการเงินและควบคุมโดยโรงแรมอย่างเต็มที่ื” ฮัน เมียง ซู ผู้พิพากษาศาลกลางแห่งกรุงโซลกล่าวในคำตัดสินว่า “จากหลักฐานดังกล่าว ศาลจึงพิจารณาว่าโจทก์เป็นลูกจ้างประจำของโรงแรม”

โรงแรมเรอเนสซองส์ยื่นอุทธรณ์อีกครั้ง  และเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาทางศาลอุทธรณ์มีำคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น  โดยยังคงยืนยันว่าสถานภาพของคนงานคือลูกจ้างประจำ

“ผู้ถูกกล่าวหาจะต้องจ่าย 1.13 ล้านวอนให้กับโจทก์  โดยทยอยจ่ายเป็นรายเดือนจนกว่าจะถึงวันรับกลับเข้าทำงาน” ผู้พิพากษาคิมซังชุลแห่งศาลสูงแห่งกรุงโซลกล่าวในคำตัดสิน

คิมซังมิน โฆษกแห่งโรงแรมเรอเนสซองส์  ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเพิ่มเติมต่อประเด็นเกี่ยวกับคำสัมภาษณ์หลังจากมีคำตัดสิน  โฆษกกล่าวว่า “เรายังไม่ได้ตัิดสินใจอย่างเป็นทางการ  หลังจากได้คุยกับแผนกต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแล้วเราจึงจะบอกได้ว่าเราจะดำเนินการอย่างไร”

ศาลสูงจะมีคำตัดสินเป็นที่สุด ถ้าหากทางโรงแรมจะอุทธรณ์อีกครั้ง

“มีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ร้องจะได้งานที่ตัวเองรักกลับคืนมา” ทนายความลีชิซุนผู้คุ้นเคยกับคดีนี้กล่าว

ลีซุงจง เจ้าหน้าที่สมาพันธ์แรงงานแห่งเกาหลี (เคซีทียู) กล่าวว่ากรณีพิพาทแรงงานดังกล่าวในอุตสาหกรรมโรงแรมเริ่มต้นขึ้นประมาณปี 2543

“อุตสาหกรรมรถยนต์ใช้โครงสร้างการจ้างแรงงานที่คล้ายคลึงกัน แต่มีข้อพิพาทน้อยกว่าโรงแรม  กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่าโรงแรมไม่ว่าจะขนาดใด ต่างก็ใช้แผนตัดลดต้นทุนโดยไม่ผ่านกระบวนการปรึกษาหารือทางกฎหมายที่รอบคอบและรัดกุม  ”

ออกซุนกล่าวว่า “ฉันต้องการได้งานนี้คืนมา ข้อพิพาทที่ดำเนินมานานหลายปีทำให้พวกเราต้องเป็นหนี้เป็นสินหลายสิบล้านวอน  แม่บ้านควรจะได้รับการปฏิบัติเป็นอย่างดีเนื่องจากหน้าที่ของพวกเราเป็นปัจจัยสำคัญที่จะชี้วัดคุณภาพของโรงแรม แต่นี่กลับไม่ใช่สิ่งสำคัญในเกาหลี”

แบ่งปันเรื่องราว
  • Facebook
  • Twitter
  • Digg
  • NewsVine
  • del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Yahoo! Buzz
  • email

0 Responses to “โรงแรมโซลเรเนสซองส์ได้รับคำสั่งศาลให้รับพนักงานที่โดนโอนย้ายนายจ้างโดยไม่เป็นธรรมกลับเข้าทำงาน”


Comments are currently closed.